วิธีเลือกกรอบแว่นเพื่อลดความหนาของเลนส์
การเลือกกรอบแว่นที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เลนส์บางที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีค่าสายตาสูง หากเลือกกรอบผิด อาจทำให้เลนส์ดูหนากว่าที่ควร ส่งผลต่อทั้งความสวยงามและความสบายในการสวมใส่
Effective Lens Diameter (ELD) คืออะไร?
ELD (Effective Lens Diameter) คือ เส้นทแยงมุมของช่องเลนส์ด้านในของกรอบแว่น
- เป็นตัวกำหนดขนาดของเลนส์ที่ต้องใช้ในการตัด
- ค่า ELD ยิ่งสั้น เลนส์ยิ่งบาง เพราะต้องเจียรเลนส์น้อยลง
- หาก ELD ใหญ่ เลนส์ต้องตัดใหญ่ขึ้น ขอบเลนส์จะหนาขึ้น โดยเฉพาะสำหรับสายตาสั้นสูง
วิธีวัด ELD (Effective Lens Diameter)
- ใช้ ไม้บรรทัดหรือเวอร์เนียร์
- วัด เส้นทแยงมุมภายในกรอบแว่น จากมุมบนซ้ายไปมุมล่างขวา (หรือมุมบนขวาไปมุมล่างซ้าย)
- ค่านี้ใช้เพื่อคำนวณว่าเลนส์ต้องมีขนาดใหญ่แค่ไหน
หลักการเลือกกรอบเพื่อให้เลนส์บางที่สุด
1. วัดแทยงมุมด้านในของกรอบแว่น (ELD) ให้สั้นที่สุด
✅ ค่า ELD ยิ่งสั้น เลนส์ยิ่งบาง
✅ ลดขนาดเลนส์ที่ต้องเจียรออก
❌ หากเลือกกรอบกว้างและสูงมาก (ELD ใหญ่)
- ต้องใช้เลนส์ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งหมายถึงขอบเลนส์ที่หนาขึ้น
- โดยเฉพาะสำหรับสายตาสั้นสูง (-6.00D ขึ้นไป) ขอบเลนส์จะเห็นชัดมาก
2. เลือกกรอบที่มีขนาดแคบและทรงเหมาะสม
✅ กรอบที่มีขนาดเล็ก ช่วยลดขนาดของเลนส์ที่ต้องเจียรออก
✅ เลือก กรอบทรงกลม หรือวงรี เพราะขอบเลนส์จะบางกว่ากรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบขนาดใหญ่
❌ หลีกเลี่ยงกรอบ Oversized เพราะจะเพิ่มขอบเลนส์ที่หนาโดยไม่จำเป็น
3. คำนวณค่า ED (Effective Diameter) และลด Decentration
- ED = 2 x (ระยะจากศูนย์กลางเลนส์ถึงขอบกรอบไกลสุด)
- ถ้า ED สูง → เลนส์ต้องหนาขึ้น เพราะต้องใช้พื้นที่เลนส์มากขึ้น
- พยายามให้ศูนย์กลางสายตา (PD) ใกล้เคียงกับจุดกึ่งกลางของกรอบ เพื่อลดการเลื่อนเลนส์ออกด้านข้าง (Decentration) ซึ่งเป็นสาเหตุให้เลนส์หนาขึ้น
4. ใช้ค่าดัชนีหักเหสูง (High Index) ร่วมด้วย
✅ ถ้ามีค่าสายตาสูง ควรเลือก Index 1.67 หรือ 1.74 เพื่อให้เลนส์บางลง
✅ ถ้าเลือกกรอบที่ดี (ELD สั้น) อาจไม่ต้องใช้เลนส์ที่แพงเกินไป
5. หลีกเลี่ยงกรอบที่ไม่มีขอบ (Rimless) หรือกึ่งขอบ (Semi-Rimless) หากมีค่าสายตาสูง
❌ เลนส์ของกรอบ Rimless และ Semi-Rimless ต้องตัดให้ใหญ่ขึ้นเพื่อความแข็งแรง → ส่งผลให้เลนส์หนากว่าแบบเต็มกรอบ (Full Frame)
✅ ถ้ามีค่าสายตาสูง ควรเลือกกรอบพลาสติกเต็มขอบเพื่อช่วยบังความหนาของเลนส์
สรุปเปรียบเทียบประเภทเลนส์ Single Vision และวิธีเลือกกรอบเพื่อให้เลนส์บางที่สุด
| ประเภทเลนส์ | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| Spheric | ราคาถูก ใช้งานทั่วไป | หนา บิดเบือนภาพขอบเลนส์ | คนที่มีค่าสายตาต่ำ-ปานกลาง |
| Aspheric | บางขึ้น ภาพคมชัดกว่า | แพงกว่า อาจสะท้อนแสงมากขึ้น | คนที่ต้องการเลนส์บาง เบา และภาพชัดขึ้น |
| Double Aspheric | บางที่สุด ลด Distortion มาก | ราคาแพง ต้องวัดค่าแม่นยำ | คนที่มีค่าสายตาสูงมาก |
| Freeform | คมชัดสุด ลดความบิดเบือนได้มากสุด | แพงสุด ต้องสั่งตัดเฉพาะบุคคล | คนที่ต้องการคุณภาพสูงสุด |
| เทคนิคการเลือกกรอบ | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| วัดเส้นทแยงมุมภายในกรอบ (ELD) ให้สั้นที่สุด | ลดขนาดเลนส์ → ทำให้เลนส์บางลง |
| เลือกกรอบขนาดเล็ก และทรงกลมหรือวงรี | ลดขอบเลนส์ที่หนา |
| PD ควรอยู่ใกล้กับกึ่งกลางกรอบเพื่อลด Decentration | ลดการขยายขนาดเลนส์โดยไม่จำเป็น |
| ใช้เลนส์ High Index ถ้ามีค่าสายตาสูง (-6.00D หรือ +4.00D ขึ้นไป) | ช่วยให้เลนส์บางลงมากขึ้น |
| เลือกกรอบเต็มขอบถ้าค่าสายตาสูง | บังขอบเลนส์ ลดการมองเห็นความหนาของเลนส์ |
สรุปเคล็ดลับการเลือกกรอบเพื่อให้เลนส์บางที่สุด
✅ วัดเส้นทแยงมุมภายในกรอบ (ELD) ให้สั้นที่สุด
✅ เลือกกรอบขนาดเล็ก และทรงกลมหรือวงรี
✅ PD ควรอยู่ใกล้กับกึ่งกลางกรอบเพื่อลด Decentration
✅ ใช้เลนส์ High Index ถ้ามีค่าสายตาสูง (-6.00D หรือ +4.00D ขึ้นไป)
✅ เลือกกรอบเต็มขอบถ้าค่าสายตาสูง เพื่อช่วยปิดขอบเลนส์
